ทำไมไม่เอาลูกเข้าโรงเรียน? ทำไมศูนย์การเรียนชุมชนวิถีไท?

ครอบครัวเราเป็นชาวอำเภอแกลง จังหวัดระยอง

แต่ละครอบครัวที่ไม่เอาลูกเข้าโรงเรียน มีหลักคิดหรือเหตุผลที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกับครอบครัวอื่นๆที่ไม่เอาลูกเข้าโรงเรียน  ผมเองเคยตอบคำถามผู้คนมาก็ไม่น้อยว่า ทำไมไม่เอาลูกเข้าโรงเรียน?

สำหรับผม มันเป็นการตอบที่ไม่ยากอะไรเลย ที่ตอบได้ไม่ยากก็เพราะผมตอบไปอย่างซื่อตรงต่อความรู้สึกตามธรรมชาติของคนเป็นพ่ออย่างผมว่า “อยากอยู่กับลูก อยากเลี้ยงดูลูกเอง”   เวลาตอบทีไรก็อดนึกถึงหมาแมวหรือสัตว์โลกทั้งหลายไม่ได้ว่า มันต่างก็ฟูมฟักดูแลลูกเต้าของมันเอง  ไม่เคยต้องเอาลูกเต้าของมันไปฝากให้ใครเลี้ยงให้ใครดูแล แล้วผมจะไม่มีเสรีภาพที่จะมีสุขทุกข์กับการฟูมฟักดูแลลูกเต้าด้วยตัวของผมเองเยี่ยงสัตว์โลกพ่อแม่ทั้งหลายเหล่านั้นบ้างหรอกหรือ  อันที่จริงผมเองก็นึกอยากจะถามพ่อแม่ที่เอาลูกเข้าโรงเรียนบ้างเหมือนกันว่า ทำไมเอาลูกเข้าโรงเรียน?   นี้อาจเป็นคำถามที่หมาแมวและสัตว์โลกทั้งหลายต่างก็สงสัยและเฝ้ารอคำตอบอยู่ด้วยความฉงนเช่นกันก็เป็นได้  แต่ถึงที่สุดแล้วผมก็เคารพความคิดความเห็น ข้อจำกัด และการตัดสินใจของพ่อแม่แต่ละคน ลูกใคร ใครก็รัก ก็ย่อมเลือกทางที่เห็นว่าเป็นไปได้และดีที่สุดให้ลูก  ผมเองในเรื่องการเรียนของลูกก็ไม่ได้เอาความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเป็นใหญ่แต่ฝ่ายเดียว พยายามสังเกตลูกเหมือนกัน  เคยเอาลูกไปโรงเรียนประมาณเดือนหนึ่ง แต่เงี่ยหูฟังลูกทีไร ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ที่บอกถึงความเสียอกเสียใจที่พ่อแม่เอาเขาไปไว้กับคนอื่น เขาไม่ได้อยากไปอยู่กับใครอื่น เขาอยากอยู่กับพ่อแม่ นี่เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกได้ และไม่อาจละเลยได้  มันเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วมิใช่หรือที่พ่อแม่ลูกจะได้อยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ลูกยังเป็นเด็กน้อย

หลังจากเอาลูกออกจากโรงเรียน อันที่จริงในตอนนั้นผมตกผลึกทางความคิดแล้วว่า ผมเลี้ยงลูกเองได้ ผมไม่ได้รู้ทุกเรื่องแน่ๆ แต่ผมสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่ลูกผมเองได้ ผมสามารถอำนวยโอกาสให้ลูกค้นหาตนเองในด้านทักษะการงานที่จะทำให้เขาพึ่งพาตนเองได้ และทั้งผมก็สามารถถ่ายทอดปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตลอดจนวิถีการดำเนินชีวิตที่ดีงามอันนับเป็นสิ่งสำคัญแก่ลูกด้วยตัวผมเองได้  ตอนนั้นก็มีความรู้สึกว่า ไม่น่าจะมีกฎหมายการศึกษาภาคบังคับที่ทำให้ถ้าผมจะไม่เอาลูกเข้าโรงเรียน ก็จะต้องจัดให้เขาได้ศึกษาเล่าเรียนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนดไว้

แล้ววันหนึ่งก็มีเพื่อนแนะนำศูนย์การเรียนชุมชนวิถีไท อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งผมเคยได้เห็นผ่านจอโทรศัพท์มาบ้าง แต่ยังไม่ค่อยรู้ในรายละเอียดมากนัก  แต่การได้ฟังเพื่อนเล่าเกี่ยวกับศูนย์การเรียนแห่งนี้เป็นเบื้องต้น ก็ทำให้สะกิดใจว่า มีศูนย์การเรียนที่มีแนวคิดแนวทางอย่างนี้ด้วยหรือ  ผมสนใจใคร่รู้ให้มากขึ้น และเริ่มติดต่อขอข้อมูลจากศูนย์การเรียนชุมชนวิถีไท

เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์การเรียนที่ผมได้มาในตอนนั้น มีเพียงเอกสารที่เรียกว่า “ผลการพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล” ซึ่งในเอกสารชุดนี้ ทำให้ได้เห็นวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนตามแนวคิดของศูนย์การเรียน ซึ่งเมื่อได้อ่านจนครบแล้ว ผมบอกกับตัวเองว่า ……….ผมมาถูกที่แล้ว

ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนตามแนวคิดของศูนย์การเรียนชุมชนวิถีไท ไม่ควรเป็นเพียงเป้าหมายในระดับของการพัฒนานักเรียนเท่านั้น หากแต่ควรได้รับการพิจารณาในฐานะเป็นเป้าหมายการสร้างมนุษย์ที่มีคุณภาพและการสร้างสังคมชุมชนและสังคมโลกที่มีความอยู่เย็นเป็นสุข มากกว่า

อันที่จริงหากพิจารณาดู จะเห็นว่าสิ่งที่เป็นวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนของศูนย์การเรียนชุมชนวิถีไทในแต่ละข้อนั้น  หลายข้อไม่ใช่สิ่งพิเศษอะไร หากแต่เป็นสิ่งธรรมดาๆที่มีความสำคัญต่อการธำรงรักษาความร่มเย็นเป็นสุขของสังคมชุมชนและสังคมโลก ที่เคยมีมาที่กำลังสูญสลายไปในระหว่างทางของการพัฒนาในทางโลกอยู่ทุกขณะ

ขอพักไว้ตรงนี้ก่อน และคงมีโอกาสมาแตกประเด็นต่างๆที่อยู่ในเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนในโอกาสต่อๆไป หรือท่านใดสนใจพูดคุยเรื่องอะไรก็ตามที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย ก็มาร่วมพูดคุยกันนะครับ หวังว่าจะได้พูดคุยกับเพื่อนๆสมาชิกศูนย์การเรียนชุมชนวิถีไท และท่านใดก็ตามที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ และสนใจที่จะพูดคุย/ให้ความรู้/เล่าเรื่องราวของตัวเอง/ปรับทุกข์/เสนอแนะมุมมองความคิดเห็น ฯลฯ นะครับ ขอบพระคุณครับ

 

 

 

 

 

Leave a Reply