เล่นเกมเศรษฐีกันเถอะ

ก่อนนอนของบางวัน น้องอัยชวนเล่นเกมเศรษฐี น้องอัยบอกว่า สนุกดี

เล่นเกมเศรษฐี

ผมก็เห็นด้วย มีประโยชน์หลายอย่าง พอจะสรุปได้ดังนี้
1. สนุก สิ่งแรกที่เด็กๆ รู้และชอบเกมนี้
2. รู้จักบวกเลขง่ายๆ จากการโยนลูกเต๋า 2 ลูก เช่น หากแต้มเป็น 5 และ 6 รวมกันก็จะได้ 11 ทักษะนี้มีประโยชน์ เด็กๆ จะจินตนากรเป็นแต้มในลูกเต๋า รวมกันในใจ แรกๆ เขาจะนับนิ้ว ซึ่งช้า แต่ผ่านไประยะหนึ่งจะจำได้ และคิดเป็นภาพ ทำให้รวมเลขได้เร็วและเป็นธรรมชาติขึ้น
3. เรียนรู้ธนบัตร จนคล่อง ตัวอย่างเช่น ในตอนแรกๆ น้องอัย ไม่เข้าใจว่า หกร้อย คือ การใช้ธนบัตร ห้าร้อย กับ หนึ่งร้อย หรือ ใช้แบงค์ร้อยหกใบ ก็มีค่าเท่ากัน การทอนเงิน หากซื้อบ้านราคาหกร้อยบาท จ่ายเงินด้วยแบงค์พัน จะต้องทอนเงินสี่ร้อยบาท หรือ ด้วยแบงค์ร้อยสี่ใบ เป็นต้น

4. รู้คำศัพท์ภาษาไทย หลายคำ เช่น ชื่อประเทศต่างๆ และคำอื่นๆ แน่นอน จำผ่านตาด้วย ภาษาภาพ ผมเชื่อว่า คำศัพท์หรือความรู้ หากไม่ใช้ ก็ลืม และไร้ประโยชน์หากไม่มีโอกาสใช้มัน

5. จำลองเหตุการณ์จริง การซื้อขาย แลกเปลี่ยน ครอบครอง ทรัพย์สินต่างๆ แม้จะไม่เหมือนเรื่องจริง แต่การสร้างจินตนาการ สร้างความคุ้นเคยเป็นสิ่งสำคัญ

6. ฝึกจิตใจ สร้างสมาธิ เกมนี้ ใช้เวลาเล่นนานมาก ไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง เราเล่นเกมนี้บ่อย (หากผมว่าง) ส่วนใหญ่ไม่จบเกมส์รู้ผลแพ้ชนะ ผมคิดว่า ฝึกให้เด็กรอคอย การวางแผน มีสติ รอบคอบ ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจซื้อบ้านต้องกะพอดีกับเงินที่มี การประหยัดเงินใช้จ่ายต่างๆ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน การลงทุนซื้อบ้าน เพื่อปล่อยให้เช่า และเมื่อเห็นว่า จะแพ้แต่ใจยังมีสติ ไม่ท้อใจ ก็อาจจะกลับมาชนะ หรือพลิกฟื้นฟูกิจการได้

หมายเหตุ เกมนี้ มีกติกาที่มีรายละเอียดมาก สับสน ผมจึงตัดทอนลง เพื่อเล่นง่ายขึ้น และสนุกตามผู้เล่น

สรุป เกมคือการเอาชนะและมีผู้แพ้เสมอ แต่ไม่สำคัญเท่าการเอาชนะใจตนเอง ไม่ท้อ ในช่วงแรกน้องอัย บ่นท้อ เบื่อที่เล่นแพ้ ใจร้อน หงุดหงิด แต่พอเล่นหลายครั้ง ก็เริ่มรอ และเล่นได้นานขึ้น รอบคอบขึ้นครับ

 

ข้ามไปยังทูลบาร์